COSMETICS KNOWLEDGES ความรู้ ที่ทุกคนต้องรู้เรื่องเครื่องสำอาง

COSMETICS KNOWLEDGES ความรู้ ที่ทุกคนต้องรู้เรื่องเครื่องสำอาง

COSMETICS KNOWLEDGES ความรู้ ที่ทุกคนต้องรู้เรื่องเครื่องสำอาง

เครื่องสำอาง เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้บนผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายด้วยการ ทา ถู นวด พ่น หรือโรย เพื่อทำความสะอาดหรือเสริมแต่งให้เกิดความสวยงาม หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะ โดยในสมัยแรกๆ นั้นใช้เครื่องสำอางเนื่องจากความจำเป็น เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมหรือธรรมชาติ

คุณผู้หญิงเคยทราบหรือไม่ว่า ส่วนประกอบของเครื่องสำอางยี่ห้อต่าง ๆ ที่คุณใช้อยู่นั้น มีสารประกอบอะไรบ้าง วันนี้เรานำความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับส่วนประกอบของเครื่องสำอาง มาฝากกันค่ะ เพื่อให้คุณผู้หญิงทั้งหลายได้รู้จักและเพื่อประโยชน์ของผิวหน้าคุณด้วยค่ะ

คำศัพท์บนฉลากเครื่องสำอางที่ต้องรู้

  • SPF และ PA

ค่า SPF หมายถึง ระยะเวลาที่ช่วยป้องกันรังสี UVB ค่า SPF 1 หมายถึงช่วยป้องได้ 15 นาที ดังนั้น SPF 35 หมายถึง ช่วยปกป้องผิวได้อย่างต่อเนื่องนาน 35 x 15 = 525 นาที หรือประมาณ 8 ชั่วโมง

สมมติว่า เราทาครีมที่มีค่า SPF2 เลข 2 หมายถึง การยืดระยะเวลาในการป้องกันผิว 2 เท่า (จากปกติที่ผิวคนเราทนต่อรังสี UVB ได้นาน 20 นาที) แปลว่าเมื่อใช้ครีมที่มี SPF2 ก็จะปกป้องรังสี UVB ได้นานขึ้นเป็น 40 นาทีนั่นเอง ยิ่งค่า SPF สูงก็จะช่วยในการปกป้องผิวต่อรังสี UVB ได้นานกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF น้อย แต่ในข้อดีของการใช้ SPF ค่าสูงๆ มันก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะยิ่งค่า SPF สูง แม้จะมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้ยาวนานมากกว่า แต่ก็สามารถสร้างความระคายเคืองผิวได้ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อล้างออกไม่หมด

*หมายเหตุ: ค่า SPF เริ่มตั้งแต่ SPF15 จนถึง 100 กว่าก็มี

PA คือ ไหนๆ ก็รู้จักค่า SPF ไปแล้ว เรามารู้จักกับเงาของคำนี้กันหน่อยดีกว่า เพราะมักจะมาคู่กันเป็นปาท่องโก๋ มีค่า SPF ที่ไหน ต้องมีค่า PA ที่นั่น ค่า PA ย่อมาจาก Protection Grade of UVA หมายถึงค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่สามารถทะลุทะลวงเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้ หรือชั้นเดอร์มิส (Dermis) ซึ่งผลเสียของการรับรังสี UVA เมื่อเข้าสู่ชั้นหนังแท้มากๆ นั้นอาจทำร้ายผิวจนก่อให้เกิดอันตรายได้ในระยะยาว การจะป้องกันเจ้ารังสีตัวนี้จะพึ่งแค่ SPF อาจไม่เพียงพอ เพราะเป็นการปกป้องคนละชั้นผิวกัน ค่า PA จึงเหมาะสมที่สุดในการปกป้องผิวไม่ให้โดนรังสี UVA และค่า PA ที่เห็นนั้นจะมาพร้อมกับเครื่องหมาย + ซึ่ง + เดียวหมายถึงระดับการป้องกันนั้นทำได้ 2-4 เท่า ถ้า ++ (สองบวก) ก็ป้องกันได้ 4-8 เป็นต้น

  • สารสกัด BHA 

BHA ย่อมาจาก Beta Hydroxy Acid เวลาแบรนด์ต่างๆ นำเอาสารสกัด BHA มาใช้กับผลิตภัณฑ์ ให้รู้ไว้ว่าเจ้าสารตัวนี้เป็นกรดซาลิไซลิกชนิดหนึ่ง มีส่วนช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่วนมากจะพบได้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิวต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของ BHA ตั้งแต่ 2% ขึ้นไป ไม่แนะนำให้คนผิวแพ้ง่าย บอบบาง ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด BHA ที่มีตัวเลข % เยอะๆ เพราะจะสร้างความระคายเคืองให้ผิว แทนที่สิวจะหาย กลายเป็นสิวเห่อกว่าเดิมเพราะระคายเคืองก็มี ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ต้องรู้จักผิวของตัวเองแล้วค่อยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวจะดีที่สุด

  • กรดไฮยาลูรอนิก

คำนี้หลายคนคุ้นเคยมาก กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารเนื้อเจลที่อยู่ในชั้นหนังแท้ เป็นสารที่เด่นเรื่องการเก็บกักความชุ่มชื้นสูง ซึ่งหลายๆ แบรนด์นำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ให้คุณค่าการบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว เวลาทาครีมแล้วเหนียวเหนอะหนะ บางทีอาจเป็นเพราะมีกรดไฮยาลูรอนิกผสมอยู่เยอะ แต่ก็ดีและเหมาะกับผิวทุกประเภท แต่หากเทียบประสิทธิภาพในการคงความชุ่มชื้นให้ผิวระหว่างเซราไมด์กับกรดไฮยาลูรอนิก บอกเลยว่ากรดไฮยาลูรอนิกยังแพ้เซราไมด์

  • สารอนุพันธ์ของวิตามินเอหรือเรตินอยด์ (Retinoid)

สารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันในชื่อเรตินอยด์นั้น เป็นสารอนุพันธ์ของวิตามินเอที่แข็งแรงที่สุด ช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำ ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลาย แต่ก็อาจส่งผลข้างเคียงได้ เช่น ผิวแห้งหรือระคายเคือง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแพนทีนอล (หรือโปรวิตามินบี 5) หรือมีวิตามินอีที่ช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงเหล่านี้รวมอยู่หรือไม่ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอยด์จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดด้วย

  • คอลลาเจน

หลายคนชอบคำว่า คอลลาเจน โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ริ้วรอยเริ่มมา ความร่วงโรยของผิวเริ่มแสดงออก การมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารคงความชุ่มชื้นอย่างคอลลาเจนจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของใครหลายคน มาทำความรู้จักคอลลาเจนกันให้มากขึ้นดีกว่า คอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวคนเรามีโครงสร้างเป็นเส้นใยอยู่ในชั้นหนังแท้ ยิ่งเรามีคอลลาเจนในชั้นผิวเยอะ ผิวของเราก็จะยิ่งนุ่ม ชุ่มชื้น แต่อย่าลืมว่าคอลลาเจนในชั้นผิวของเรากับคอลลาเจนที่อยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีประสิทธิภาพในการคงความชุ่มชื้นต่างกัน เพราะในครีมบำรุงที่เราทาจะไม่สามารถซึมผ่านไปถึงชั้นหนังแท้ได้ ครีมใดๆ ที่ได้ชื่อว่ามีส่วนผสมของคอลลาเจนหรือช่วยเติมเต็มคอลลาเจนให้ผิวก็จะซึมลงไปได้แค่ผิวชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น

  • เซราไมด์

เป็นสารที่โดดเด่นเรื่องคงความชุ่มชื้นให้ผิว จากข้อมูลพบว่าเซราไมด์นี่แหละเป็นสารที่คงความชุ่มชื้นสูงที่สุดในบรรดาสารคงความชุ่มชื้นทั้งหมด สาวคนไหนผิวแห้ง ให้มองหาส่วนผสมที่มีเซราไมด์อยู่ได้เลย เพราะช่วยปกป้องผิวและล็อกความชุ่มชื้นได้ยาวนาน แต่บางครั้งผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดก็โฆษณาว่ามีส่วนผสมเซราไมด์เต็มไปหมด ซึ่งบางทีปริมาณอาจน้อยมาก แต่เอามาชูเป็นจุดเด่น หรือบางทีก็เป็นเซราไมด์ที่ไม่แท้ แต่เป็นสารเลียนแบบ เทคนิคง่ายๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกใช้เพื่อล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวนั้นมีส่วนผสมของเซราไมด์แท้ๆ สิ่งหนึ่งที่สามารถบอกได้ในระดับหนึ่งคือราคา โดยของแท้มักมีราคาที่สูงกว่า ส่วนของเลียนแบบมักมีส่วนผสมของเซราไมด์ที่มีความเข้มข้นต่ำ

  • คาโมมายล์ (Camomile)

คาโมมายล์ช่วยคงสภาพผิวให้เป็นปกติได้เป็นอย่างดีและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ในน้ำมันคาโมมายด์นั้นมีบิซาโบลอลและคามาซูลีนเป็นส่วนประกอบหลัก

  • เชียบัตเตอร์ (Shea Butter)

เป็นสารสกัดจากต้นคาริเทจากแอฟริกา เป็นน้ำมันที่ผลิตโดยกระบวนการสกัดเย็น (การสกัดโดยไม่ใช้ความร้อน) ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ซึมซาบสู่ผิวได้ดีและบำรุงผิวได้อย่างยอดเยี่ยม

  • พาราเบน (Paraben)

เป็นสารที่มีคุณสมบัติที่ช่วยอุดการก่อตัวของเชื้อโรคและเชื้อราได้ดี เป็นส่วนประกอบของสารกันบูดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่นผลิตภัณฑ์อาหารและยา แต่ถือว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวร่วงโรยก่อนวัยอันควร เป็นต้นเหตุของกระและริ้วรอย และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะกลายเป็นสารต้องห้ามในไม่ช้านี้

  • Glycerin และสารกลุ่ม Glycol

สารในกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็น Humectant หรือสารที่เพิ่มน้ำให้กับผิวโดยดึงน้ำมาจากสิ่งแวดล้อมและชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ตัวอย่างสารกลุ่ม Glycol ที่พบบ่อย คือ Propylene glycol, Butylene glycol เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารที่ทำหน้าที่เป็น Humectant อีกมากมายเช่น Hyaluronic Acid, NaPCA เป็นต้น

เครื่องสำอาง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เพื่อทำความสะอาด หรือเสริมแต่งให้เกิดความสวยงาม หรือเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณะ

คุณสมบัติของสีที่ดีในเครื่องสำอาง คือ ต้องไม่เป็นพิษกับผู้ใช้ ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ มีความคงทนดี ไม่จืดจางหรือเปลี่ยนสีได้ง่าย และที่สำคัญคือต้องมีราคาไม่แพงด้วย ลองสังเกตและอ่านที่ฉลากข้างผลิตภัณฑ์ซักนิด เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ก่ออันตรายให้กับเราแล้ว คุณก็จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณจะซื้อนั้น มันดีหรือไม่ ที่บอกว่าหน้าขาว หน้าเนียน หน้าเด้ง มันใช่ไม่ หรือเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ???
ที่มา : www.thestandard.co

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *